“วาสนาคืออะไร เหตุใดวาสนาของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน?”
ตามหลักพระพุทธศาสนา วาสนา หมายถึงอาการที่ทำจนชิน ติดตัวมานานจนกลายเป็นสันดาน มีความหมายในทางไม่ดีนัก เช่น ลิง มีนิสัยกระโดดโลดเต้น ขี้เล่นอย่างไร ต่อมาได้เกิดเป็นมนุษย์ก็ยังติดนิสัยลิงอยู่อย่างนั้น มีแต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นที่สามารถละกิเลสและวาสนาได้
แต่ในประเทศไทย คำว่าวาสนาหมายถึงบุญบารมี ส่งผลให้ได้เสวยสุขในปัจจุบันชาติ ดังที่มีคำกล่าวว่า “แข่งเรือแข่งพายแข่งกันได้ แข่งบุญแข่งวาสนา แข่งกันไม่ได้” ดังนั้นวันนี้ก็จะขอพูดถึงเรื่อง “วาสนาดี” ในความเห็นของคนไทยส่วนใหญ่และในความคิดเห็นของแอดเอง
“คนวาสนาดีมีลักษณะอย่างไร?”
1. ผู้ที่ได้พบพระพุทธศาสนาและมีครูบาอาจารย์ดีให้นับถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติ
2. ผู้ที่ใกล้จะตกทุกข์ได้ยากแต่ไม่เคยได้สัมผัสทุกข์นั้นด้วยมีบุญกุศลเข้ามาช่วยเหลือ อาจอยู่ในรูปแบบของเพื่อนฝูง พ่อแม่ญาติพี่น้องที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลในยามจวนเจียน
3. ผู้ที่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงมาเบียดเบียน
4. ผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้รับโอกาสที่ดี มีเจ้านายเมตตาเอ็นดู
5. ผู้ที่มีโอกาสได้แสดงเมตตาต่อสัตว์และเพื่อนมนุษย์ มีโอกาสได้ทำบุญทำกุศล สั่งสมบารมี
6. ผู้มีเทวดาอารักษ์หรือครูบาอาจารย์คอยปกปักรักษา ปัดเป่าภยันตรายต่างๆ
7. มีกัลยาณมิตรที่ดี กล้าตักเตือนเมื่อทำผิด ไม่มีคนพาลเป็นเพื่อน
8. มีสติสัมปชัญญะ รู้กาละเทศะ อยู่ถูกที่ถูกเวลา
9. มีคู่ครองและบุตรดี
10. เมื่อเห็นทุกข์แล้วเห็นธรรม ไม่จมเจ่าอยู่ในทุกข์นั้น
ไม่ว่าชีวิตในปัจจุบันนี้จะเป็นเช่นไร อย่าได้ท้อถอยในการสั่งสมบุญวาสนา ด้วยผลของปัจจุบันนี้เป็นเหตุมาจากอดีต และอนาคตจะเป็นผลจากการกระทำในปัจจุบันของเรา หากเราสั่งสมบุญกุศลเอาไว้มาก เมื่อถึงเวลาต้องจากโลกนี้ไป ย่อมไม่หวาดระแวงว่าจะต้องไปอบายภูมิหรือเกิดมาชดใช้กรรมอีก อย่าเป็นเหมือนคนที่เรือกำลังจะล่ม จะไปหัดว่ายน้ำตอนนั้นก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
-ใช้ชีวิตจิปาถะ-

ใส่ความเห็น